แนวทางการเก็บรักษาผลเมล่อนญี่ปุ่น

Last updated: Aug 29, 2018  |  9668 จำนวนผู้เข้าชม  |  สาระน่ารู้เกษตร ผลคิโมจิ

แนวทางการเก็บรักษาผลเมล่อนญี่ปุ่น

การเก็บรักษาผลเมล่อนญี่ปุ่น 

หลายท่านอาจพบกว่าหลังซื้อเมล่อนญี่ปุ่นมาแล้ว เก็บได้เพียง 3-4 วันก็เริ่มช้ำและไม่น่ารับประทานแล้ว แต่หากเราเก็บผมเมล่อนญี่ปุ่นอย่างถูกวิธีจะสามารถเก็บไว้ได้ถึง 7-10วัน โดยไม่แช่ตู้เย็น หรือ นานถึง 2 สัปดาห์หากแช่ตู้เย็น

ก็อื่นเรามาทำความเข้าใจก่อนว่า ทำไมบางครั้งผลเมล่อนจึงช้ำแนะเน่าเสียเร็วเกินไป

เนื้องจากบริเวณก้นลูกเมล่อนจะเป็นบริกวณที่เมีเปลือกบ้างที่สุดและมีความหวานมากที่สุด ทำให้ไม่สามารถรับน้ำหนักของผลได้ดีเท่ากับบริเวณอื่นๆ นอกจากนั้นยังเป็นเป็นบริเวณที่มีการคล้ายน้ำมากอีกด้วย

ดังนั้นวิธีการเก็บผลเมล่อนญีปุ่นให้อยู่ได้นานและไม่เน่าเสียเร็วสามารถทำได้ดังนี้ 

  • วางลูกเมล่อนในแนวตะแคงไม่ให้ก้นลูกโดนพื้น
  • วางลูกเมล่อนในที่ที่อากาศถ่ายเทสดวก โดยเฉพาะบริเวณก้นลูก
  • การเเช่เย็นเมล่อน ควรแช่ที่อุณหภูมิ 3-7 องศา และมีความชื้นสัมผัสสูง ที่สำคัญไม่ควรแช่แข็งเมล่อน
  • หากผ่าแล้ว ควรเก็บเมล่อนส่วนที่ยังไม่ได้รับประทานโดยไม่ปาดเมล็ดออกจากเนื้อ จากนั้นใช้พลาดสติกหุ้มส่วนเนื้อไม่ให้สัมผัสอากาศ เพื่อรักษารสชาติผิวสัมผ้สของเนื้อและกลิ่นหอมของเมล่อน

 

วางผลเมล่อนในแนวตะแคง

 

เมื่อเมล่อนวุกเต็มที่จะมีลายขึ้นที่ขั้วลูกประมาณ 1.0 - 1.5 ซม. 

 

แนวทางการเตรียมเมล่อนก่อนการรับประทานเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ต้องการ

เนื้อสัมผัสของเมล่อนจะเปลี่ยนไปตามสายพันธุ์และระยะเวลาหลังจากตัดผล คิโมจิ คูนามิ และโมมจิ มีเนื้อในแบบญี่ปุ่นแท้ๆ คือเป็นเนื้อกึ่งนุ่ม กึ่งกรอบ เราสามารถเลือกทานได้ตามนี้ครับ

  • เนื้อกึ่งกรอบ: สามารถทานเมล่อนได้ทันทีหลังตัดหรือไม่เกิน 3 วันหลังตัด ขั้วเมล่อนสีเขียวสี
  • เนื้อนุ่ม: เก็บเมล่อนไว้ที่อุณหภูมิห้อง 3-5 วันหลังจากตัด ขั้วเมล่อนเริ่มแห้งยังคงสีเขียวเข้ม
  • เนื้อนุ่มฉ่ำละลายในปาก: เก็บเมล่อนไว้ที่อุณหภูมิห้อง 5-7 วันหลังจากตัด ขั้วเมล่อนเริ่มแห้ง ขาดเล็กลง และเริ่มมีสีน้ำตาล
นอกจากนั้นการผลเมล่อนเเช่ช่องเย็น 3-6 ชัวโมงเพื่อเพิ่มความหอมอร่อยของเมล่อน

 

สั่งซื้อเมล็ดพันธุ์คิโมจิ เมล่อนญี่ปุ่น คลิ๊ก

สั่งซื้อสินค้าอื่นๆ คลิ๊ก

Powered by MakeWebEasy.com